การสังเกตพฤติกรรมเด็ก (Observation)
การสังเกตพฤติกรรมเป็นการประเมินตามสภาพจริงที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ครูจะเฝ้าดูพฤติกรรม การแสดงออก และการมีปฏิสัมพันธ์ของเด็กในระหว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ แล้วบันทึกข้อมูลตามสิ่งที่เห็นและได้ยิน โดยไม่ใส่ความคิดเห็นหรือการตัดสินส่วนตัว การสังเกตช่วยให้ครูเข้าใจพัฒนาการของเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์–จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างรอบด้าน
หลักการทั่วไปในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
1. กำหนดเป้าหมายของการสังเกตให้ชัดเจน และวางแผนล่วงหน้า
2. เตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ เช่น แบบบันทึกหรือแบบสังเกต
3. สังเกตเด็กครั้งละหนึ่งคน และจัดช่วงเวลาการสังเกตให้เหมาะสม
4.บันทึกเฉพาะพฤติกรรมที่สังเกตเห็นจริง หากมีการวิเคราะห์หรือแปลความหมายควรแยกไว้ต่างหาก
การตั้งจุดมุ่งหมายในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
1. เพื่อประเมินความสามารถและค้นหาศักยภาพของเด็กในแต่ละด้าน
2. เพื่อใช้ข้อมูลในการวางแผนส่งเสริมพัฒนาการรายบุคคล
3.เพื่อติดตามความก้าวหน้าของเด็กอย่างต่อเนื่อง
4.เพื่อศึกษาพัฒนาการเฉพาะด้านอย่างละเอียด
5.เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมหรือการเรียนรู้
6.เพื่อรายงานผลให้ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องรับทราบ
7.เพื่อจัดเก็บข้อมูลไว้ในแฟ้มประวัติสำหรับการแนะแนวหรือส่งต่อระดับชั้นถัดไป
วิธีการสังเกตพฤติกรรมเด็ก การสังเกตอย่างมีระบบ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทโดยใช้เกณฑ์ คือ
1. เกณฑ์ระบบ คือ การสังเกตแบบธรรมชาติและ การสังเกตแบบมี โครงสร้าง
2. เกณฑ์บุคคล คือ การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมอยู่ในหมู่เด็ก
ข้อดีของการสังเกต
1. เด็กไม่ต้องใช้ทักษะการอ่านหรือการเขียน
2.เด็กแสดงพฤติกรรมตามสภาพจริงและเป็นธรรมชาติ
3.ไม่รบกวนกิจวัตรประจำวันของเด็ก
4.ครูได้รับข้อมูลโดยตรงจากการปฏิบัติจริง
5.เป็นวิธีการที่เหมาะสมและได้รับการยอมรับในระดับปฐมวัย
ข้อจำกัดของการสังเกต
1.ไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกภายในของเด็กได้โดยตรง
2.ต้องสังเกตหลายครั้งจึงจะเข้าใจพฤติกรรมอย่างแท้จริง
3.ผลการสังเกตอาจขึ้นอยู่กับประสบการณ์และมุมมองของผู้สังเกต
4.ใช้เวลาและความต่อเนื่องในการเก็บข้อมูล
5.ทำได้ยากในบางสถานการณ์ที่ครูต้องดูแลเด็กหลายคนพร้อมกัน
ตัวอย่างแบบบันทึกสังเกตพฤติกรรม
การเก็บข้อมูลของเด็กที่เป็นกรณีศึกษา





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น